2006/Oct/17

ผมเจอท่านนี้ ที่ skype ครับ อย่างไรก็ตามหมอท่านนี้เขียนหนังสือด้วยครับผม อย่างไรลองไปหาตามร้านหนังสือ "เรื่องหมอขอแฉ" นะครับ ทีนี้เรามาอ่านแบบแซมเปิ้ลกันดีกว่า ถ้าสนุกไปอุดหนุนกันหน่อยนะครับผม

เรื่องหมอขอแฉ 2 ตอน หมอโง่

มีใครเชื่อเรื่องดวงบ้างไหมครับ อืม หรือมีใครที่ดูดวงเป็นประจำไหมครับ แล้วพวกคุณหลงงมงายกับเรื่องแบบนี้กันมากน้อยแค่ไหนครับ ผมคนหนึ่งแหละที่ไม่หลงงมงายครับ แต่ก็ดูไว้เพื่อเตือนตัวเอง เพราะรู้อยู่แล้วว่า ดวงของเรา ชีวิตเราต้องเป็นคนกำหนดเอง

แต่ผมเองก็เป็นคนชอบพิสูจน์นะครับ หมอดูคนไหนที่ว่าแม่น ก็อยากลองครับ อ่านดูละกันครับ ว่าอ่านจบแล้วจะอยากท้าทายหรือพิสูจน์อะไรแบบผมไหม

วันนั้นผมนั่งตรวจคนไข้เสร็จไปล็อตใหญ่ ผมก็ออกมามองบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ เห็นผู้ชายวัยกลางคน หนวดเครารุงรัง แต่งตัวคล้ายพราหมณ์ มายืนด้อมๆมองๆ

ผมก็ถามในเชิงว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แต่คำตอบที่ได้รับ ทำให้ผมแปลกใจมาก ชายคนนั้นพูดแค่คำว่า Good Boy Good looking แล้วแกก็สาธยายต่อเป็นภาษาอังกฤษ บอกว่าตัวเองเป็นหมอดู สนใจจะดูดวงไหม แต่ต้องขอที่ส่วนตัวหน่อย แน่นอนครับว่าผมอยากลอง อยากพิสูจน์ แต่ก็ไม่อยากเสียตังค์มาก ก็เลยถามกลับไปก่อนว่า ต้องใช้เงินเยอะไหม คำตอบที่ได้มาก็คือ Up to you

อย่างนี้ก็แล้วแต่เราก็ดีสิ งั้นลองเลยดีกว่า ผมเลยชวนเค้าไปนั่งดูดวงกันในห้องตรวจของผมเอง

เริ่มต้นด้วยการให้ผมแบมือ โดยที่ไม่ได้บอกผมว่าจะเอามือข้างไหน ผมยื่นข้างขวาก็บอกว่าได้ แล้วก็ลูบมือผมไปๆมาๆ สุดท้ายก็พูดออกมาเป็นภาษาไทยชัดแจ๋ว บอกออกมาว่า พูดภาษาไทยละกันนะ จะได้รู้เรื่องกัน อ้าว แล้วทำไมไม่พูดไทยตั้งแต่หน้าห้องนะ ผมก็เริ่มสงสัยละ แต่ช่างมัน

เค้าดูดวงแล้วก็บอกว่าเส้นไหนเป็นเส้นอะไร ซึ่งฟังดูก็ไม่ต่างจากหมอดูลายมือทั่วไป แต่ที่ต่างคือ เค้าให้ผมเขียนชื่อดอกไม้ที่ชอบ ตัวเลขหนึ่งถึงสิบที่ชอบ และอายุตัวเอง ในกระดาษอีกใบ โดยที่ไม่รู้ว้าเค้าสังเกตอะไรจากเราได้ไหม แต่เค้าก็เขียนในกระดาษอีกแผ่น แล้วเอาไปขยำๆ แล้วเอามาให้ผมกำ อีกมือก็มาลูบๆคลำมือผม พูดเรื่องเส้นลายมืออะไรอีกนั่นแหละ สักพักให้ผมคลี่กระดาษที่ผมขยำ ปรากฎว่ามันเหมือนกับที่ผมเขียนเมื่อสักครู่เลย

ทีนี้แกกลัวว่าผมจะไม่เชื่อ ก็แกล้งให้ผมไปเขียนอะไรไกลๆ อีกมุมนึง แล้วก็พับกระดาษเป็นสี่ส่วน มาถึงแกก็ฉีกทิ้ง บอกว่านี่เป็นแฟนของผม ถ้าที่เค้ากำลังจะเขียนมานี่มันสตรงกับที่ผมเขียน นั่นหมายถึงว่า คนๆนี้เป็นคู่แท้ของผม อยู่ไปได้ยืด และก็เหมือนเดิมอีกเช่นเคย เหมือนกับที่ผมเขียนเป๊ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าเล่นกลอะไร แต่ก็พยายามให้ผมท่องนโม ตัสสะ อยู่หลายหน

สุดท้ายให้ผมเขียนชื่อ และเลขราคาที่ผมจะทำบุญ ผมเขียน 50 ดูเหมือนเค้าจะคิดว่าน้อย แต่ยังไม่แสดงอาการไร แค่เปิดกระเป๋าที่มีรูปพราหมณ์มากมาย ให้ผมวางแบงค์ลงในนั้น แล้วก็ปิดกระเป๋าลง

แทนที่จะเดินออกไปจากห้อง ยังครับ แกเปิดกระเป๋าสตางค์ใยเดิม หยิบรูปเหล่าพราหมณ์ที่ถ่ายรวมกัน มีรูปเค้ารวมอยู่ด้วย ให้ผมนั่งนับว่ามีพราหมณ์กี่คน แล้วชอบคนไหน และมีในนั้นหนึ่งคนที่เป็นหญิงให้มองหาดู ผมไม่รู้หรอกว่าระหว่างนั้นเค้าแอบทำอะไรหรือเปล่า

แต่เค้าก็มาจับลูบๆลายมือผมอีกรอบ คราวนี้บอกว่า กำลังมีเคราะห์ใหญ่ อาจจะถึงขนาดรถชน แขนขาด ขาขาด ต้องนอนโรงพยาบาลตลอดชีวิต แล้วก็มาย้อนถามผมว่าอยากเป็นอย่างนั้นไหม ถ้าไม่อยากเป็นต้องแก้ดวง

ว่าแล้วก็เอาด้ายดำที่มาจากหลอดกระดาษออกมา แล้วก็ดึงออกจากม้วน ให้ผมถือไว้ ดึงด้ายให้ขาดเป็นสี่ส่วน จุ่มลงในน้ำแก้วที่สะอาดๆ แล้วเอามาแตะหน้าผากสามที ก่อนจะอมใต้ลิ้น

ถ้าด้ายที่ดึงออกมานี้เป็นเส้นเดียวกันแสดงว่า จะโชคดี ไม่เกิดเหตุร้าย จะรวยเป็นสิบร้อยล้าน ทำอะไรก็รุ่ง และต้องทำบุญเป็นจำนวนอายุคูณด้วยสามร้อย ผมฟังแล้วก็อึ้ง กำลังงงๆกับบุญบาปๆที่เค้าพร่ำบอก แต่ก็คำนวณเลขอายุในใจ 26x300 = 7600 อ้าว ตายสิ ใครจะไปมีเยอะขนาดนั้น

ผมไม่มีเยอะขนาดนั้นหรอก

จริงเหรอ อย่าโกหกนะ มีสิ มีสิ

ไม่ได้โกหก ผมไม่มี

โกหก พระเจ้าบาปนะ เค้าอ้างเรื่องพระเจ้ามาให้ผมกลัว

ตอนนี้ในตัวผมก็มี่แค่พันเดียวเอง อะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ผมยอมบอกเค้าไปหมดว่าผมมีเท่าไร

งั้นก็ไม่เป็นไร ทำบุญมาให้หมดก่อน ที่เหลือพอรวยแล้วค่อยมาทำบุญต่อก็ได้ แต่อย่าโกหกพระเจ้านะ

แล้วก็ให้ผมท่องมนต์ต่อ บอกอีกว่าถ้าด้ายไม่รวมเป็นเส้นเดียว นั่นคือแก้มนต์ไม่ได้ เรื่องร้ายๆจะยังเกิด และเค้าก็จะไม่คิดค่าดูดวงเลยสักบาท

แน่นอนครับว่าต่อมาเรื่องที่ต้องเกิดก็คือ ด้ายที่ออกมาจากใต้ลิ้นผม กลายเป็นเส้นเดียวจริงๆ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นมนต์อะไร แต่ผมก็หลงไปแล้ว

ผมเปิดกระเป๋าสตางค์ออกมา หยิบแบงค์ ห้าร้อยสองใบ จริงๆผมลืมไปว่าผมมีสามใบ แต่ผมหยิบแค่สองใบเอาไปวางในกระเป๋าที่มีรูปพราหมณ์ของเค้า เผอิญเค้าเห็นว่าผมยังมีอีกใบ

อ้าว โกหกพระเจ้าไม่ดีนะ เอามาให้หมด เอามาให้หมด

เหมือนต้องมนต์ ผมก็ต้องจ่ายอีกใบไปทั้งที่ยังเสียดาย

หมอดูจอมปลอม ยังทิ้งท้ายเอาไว้ว่า เลขที่เขียนไว้ให้เค้าทาย อย่าลืมไปเสี่ยงโชค แล้วจะรวย อย่าลืมทำบุญปล่อยปลาห้าตัว ซื้อข้างสุดมาหนึ่งถ้วยคลุกน้ำตาลไปเทรอบต้นไม้ใหญ่ แล้วก็พูดคำเดิม Good Boy Good looking Good luck ก่อนจะเดินจากไปอย่างร่ำรวยด้วยเงิน 1550 บาท

มานั่งคิดไปคิดมาอีกทีเราโง่จริงๆ มายากลแบบนี้ในทีวีก็เคยเห็น แล้วพระเจ้าที่ไหนจะมาเดินขอเงินคน คนที่บอกว่าไม่มี บอกถึงขนาดว่าไม่มีเงินจะกินข้าว ยังบอกว่าเอามาให้หมด แถมตั้งแต่แรกยังต้องแกล้งพูดภาษาอังกฤษเพื่อเลือกคนที่จะมาเป็นเหยื่อว่า จะต้องรวยจริงๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดายค่าโง่ นี่มันยังกล้าให้ชื่อและเบอร์โทรมาเลย แต่เบอร์โทรก็เป็นเบอร์ของทรูมูฟ ไม่รู้เบอร์ใคร ไม่อยากโทรไปเพราะแสลงใจ และเบอร์พวกนี้จะเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้ง่ายจะตาย ไม่ใช่เบอร์จดทะเบียน ยิ่งพอเล่าให้พ่อฟัง เอาชื่อให้พ่อดูว่า Mr.Yokee Lucky พ่อยิ่งว่า เป็นหมอยังโง่อย่างนี้อีกเหรอ Lucky มันชื่อหมาบ้านเรา นิหน่า

แล้วพ่อก็เล่าเรื่องที่พ่อเกือบโดนหลอกให้ฟังเป็นอุทาหรณ์

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พ่อไปกับเพื่อนที่สนามบินขณะกำลังรอเครื่อง ก็มีหญิงแขกมานั่งใกล้ๆวางกระเป๋าข้างหน้าเรา ทำท่าหาของซะจนหน้าซีดเหงื่อตกแล้วบอกว่าของหาย ตะโกนดังลั่น

อะไร ของอะไรคุณหาย ผมมานั่งที่นี่ตั้งนานแล้วนะ แล้วคุณเพิ่งมาจะให้ผมมาชดใช้ให้คุณเหรอไง พ่อพูดเป็นภาษาอังกฤษตะโกนให้เสียงดังกลบเค้าไป

หญิงแขกรีบเลิกลั๊ก เก็บของแล้วเดินหนีไป

ผมฟังแล้วก็ยังงงว่าถ้าเค้าทำแบบนั้นแล้วจะได้ประโยชน์อะไรเหรอ

ก็ได้สิ ถ้าเกิดเค้าบอกว่าของที่เค้าหายแพงมากๆ แล้วไปแจ้งตำรวจ ว่าเราต้องช่วยชดใช้ค่าเสียหายครึ่งหนึ่ง เราก็แย่สิ วิธีที่จัดการกับพวกนี้ก็ต้องพูดให้ดังกว่า ให้คนหันมามองเยอะๆ พ่อบอกเสริม

ผมคิดย้อนไปถึงเรื่องผม มิน่าละ เวลาผมจะพูดอะไรดังๆ ตอนเค้าดูดวงผม เค้าก็ทำท่าเอามือทำปากจุ๊ๆ แล้วตัวเค้าเองก็พูดเบามาก จนผมต้องเอาหูไปแนบฟังจริงๆ ตอนนั้นคงได้ป้ายยาให้ผมหลงเชื่อจนเพลินเลยดิ แย่เลย

พ่อยังเล่าให้ฟังอีกเรื่อง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่บ้านคุณย่า มีคนจีนแต๊ะจิ๋วที่ไหนก็ไม่รู้ เดินเข้ามาแล้วบอกว่า คุณอาลักขณา ให้เอาโทรทัศน์ชั้นบนไปซ่อม อ้าวทุกคนก็งงสิ ในเมื่อคุณอาลักขณาแต่งงานไปอยู่กับสามีที่สวิตเซอร์แลนด์แล้ว เค้าเห็นว่าพวกเราไม่เชื่อ ก็แกล้งทำเป็นโทรศัพท์ไปหาคุณลักขณา แต่จริงๆคงไม่ได้กดไปหรอก แค่แกล้งๆโทร พอคุณย่าจะขอคุยกับลักขณา มันรีบกดวางสาย แล้วเดินหนีออกจากบ้านไป

โอ้โห มุขโทรศัพท์แบบนี้มันเก่าแล้วนะครับ เดี๋ยวนี้มีมุขโทรศัพท์ที่ร้ายกว่านี้อีกครับ ที่เที่ยวโทรศัพท์ไปบอกคนแก่ที่อยู่ตามบ้านคนเดียว ว่าลูกหรือหลานได้รับรางวัลเป็นแสนๆล้านๆบ้างหละ แต่ต้องไปโอนเงินเสียภาษีที่ธนาคารนั้นธนาคารนี้เป็นเงินหลายหมื่น ถ้าคนแก่คนนั้นรอบคอบจะโทรศัพท์ไปหาลูกหรือเจ้าหน้าที่ธนาคาร ก็จะไม่ได้คุย เพราะจะมีเสียงผู้หญิงหรือคนอื่นมารับสายแทน แล้วก็แกล้งบอกว่าให้รีบจัดการก่อนเที่ยง โดยนัดใก้เอาเงินไปให้ที่ห้างสรรพสินค้า ดูแปลกๆไหมหละครับ ส่วนทางธนาคาร จะให้คนขับรถ เอาซองเงินมาให้เช่นกัน เมื่อหญิงแก่ส่งแลกของได้ซองกลับมาก็ดีใจนึกว่าแลกเงินจำนวนน้อยเพื่อให้ได้เงินที่มากกว่าเป็นแสนๆ แต่ที่ไหนได้ พอมาแกะซองที่ปิดผนึกอย่างดีซ้อนกันหลายชั้นก็กลับพบแค่กระดาษเปล่า แล้วเรื่องของโทรศัพท์ ที่ตนเองพยายามติดต่อลูกแต่ก็ติดต่อไม่ได้ โดยมีคนมาอ้างว่าเป็นเลขา บอกว่าเค้าประชุมอยู่ ที่จริงนั้นเป็นแค่การล็อกโทรศัพท์ ซึ่งไม่ว่าในชข่วงเวลานั้น จะโทรออกไปเบอร์ไหนก็ตาม ก็จะกลายเป็นแค่โทรมาหาทีมสิบแปดมงกุฎพวกนั้นเท่านั้น ทีนี้ก็จะจับมือใครดมไม่ได้

ที่จะต้องเตือนให้ระวังในกรณีนี้ก็คือ ผู้ที่อยู่บ้านคนเดียว แล้วได้รับการแจ้งข่าวเรื่องดีหรือร้ายอะไรก็ตาม ให้โอนเงินหรือทำอะไรแปลกๆ โดยที่เราไม่เชื่อใจ พ่อเสนอว่า ให้เค้านั่งรถไปหาญาติของเค้า(ลูกๆหลานๆ คนที่ถูกกล่าวถึง) ที่ออฟฟิศเลย แทนที่จะใช้วิธีการโทรศัพท์ไปนะครับ ก็จริงนะครับ จะได้พิสูจน์กันไปเลย

เรื่องง่ายๆอีกเรื่อง ถ้าเผอิญกดเงินจากเอทีเอ็มแล้วมีคนบอกให้ช่วยโอนเงินไปที่หมายเลขบัญชีนั้นนี้หน่อย แล้วจะคืนเป็นเงินสดให้ อย่าใจดีทำให้เชียวนะครับ ระวังกลแฝงที่พวกเค้าอาจจะเอาเงินปลอม หรือไม่ให้เงินแล้วชิ่งหนีไป อะไรแบบนี้เป็นต้น

แม้กระทั่งคนใจบุญเองการทำบุญก็ต้องระวังนะครับ บางคนตาบอดเดินจูงกันมา แต่จริงๆแล้วไม่ได้บอดจริงครับ แค่ซื้อแว่นตา ไม้เท้า แล้วให้แฟนพาเดิน พอหาเงินได้เยอะๆ ถึงหน้าทำนาก็หายเกลี้ยงกลับไปทำนากันครับ บางคนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำถึงกับปลูกบ้านได้ใหม่เลยนะครับ

การทำบุญตามที่เรี่ยรายว่ามาจากมูลนิธิต่างๆก็ต้องดูให้ดี ว่าเค้ามีหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธินั้นไหม มีใยแสดงมุทิตาจิตหรือจดหมายตอบกลับหรือเปล่า เพราะแทนที่จะได้บุญ ระวังเงินจะไปตกอยู่ในกระเป๋าของพวกนั้นแทนนะครับ

ก็เข้าใจนะครับ ว่าสมัยนี้ เงินทองถึงแม้มันจะเป็นของนอกกาย แต่มันก็จำเป็นขาดไม่ได้ซะจริงๆ จนทำให้คนบางกลุ่มร่ำรวยบนความทุกข์ของคนอื่น

ทางที่ดี เราควรจะรู้เท่าทั้นพวกนี้จะดีกว่า ผมยอมจะเป็นคนโง่คนเดียว ที่ทำให้คนที่อ่านเรื่องของผมแล้วรู้จักระแวดระวังตัว จะได้ไม่ต้องมาเจออะไรโง่ๆแบบผมอีก มันเสียดายเงินครับ กว่าจะได้แต่ละบาท มันยากจะตาย ที่สำคัญ ถ้าเงินมันไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ควรจะได้รับ ไม่รู้คุณค่าของการทำงานอย่างสุจริต มันก็ไม่ดีนะครับ จริงไหม

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เคยเจอเหมือนกันครับ สมัยผมอยู่คลองตัน กำลังเดินไปขึ้นบีทีเอส เพื่อพรีเซนท์งาน มีหมอดูคนนึงตะโกนใส่ว่า "น้อง รวยนี่ เอาเงินมาแบ่งกันมั่งสิ" ผมไม่หันกลับเลยครับ เพราะตอนนั้นทั้งตัวมีเงินแค่ 300 และพรีเซนท์งานไม่ผ่านด้วยวันนั้น
#1  by  ตุ้ย since 2006 At 2006-10-17 21:41, 
โห เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลย
อ่านแล้วรู้สึกได้เพิ่มการเข้าใจชีวิต
คนมากขึ้น บลอคนี้ดีมากๆเลยอ่ะ
สาระเยอะดี ขอaddนะ เพราะเป็นคน
ไม่ค่อยมีสาระ55+ เวลาอยากมีสาระ
จะได้มาอานบลอคนี้
เหอออ

แพมเกลียดพวกหมอดูตามข้างทางอ่ะค่ะ

รู้สึกว่าไม่น่าไว้ใจยังไงไม่รู้ ม่ายชอบบบ เง้ออออ

น่าฉงฉานจาง *0*
#3  by  ♫PaMMe♫ At 2006-10-26 17:48, 
เก่งเนาะหมอนี้ โก้งมนุษย์ด้วยกันอย่างหน้าเลือดสาด ห้าๆๆ
#4  by  pooh (65.35.74.75) At 2006-11-20 11:48, 
ยาวววววววววววๆนะสั้นๆก็พอเหอะ
confused smile open-mounthed smile
#5  by  อิ๊นท์ (203.172.182.90) At 2009-01-24 14:12, 

<< Home


เอกลักษณ์ พรมชาติ
View full profile