หัวข้อนี้แปลกไหมครับ ผมได้ข้อคิดอะไร ๆ จากเรื่องนี้เหมือนกันเลยเขียนมาให้อ่าน สมัยเมื่อผมยังเรียนระดับ ปวส. ผมจะมีร้านที่กินข้าวอยู่ประจำคือร้านขาหมูน้าอ้วนซึ่งเป็นร้านรถเข็นธรรมดาแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพครับอร่อยมาก ๆ เรียกว่า กินแล้วอยากกินอีกนะครับ หรือถ้าหิวข้าวก็จะนึกถึงสิ่งนี้เป็นสิ่งแรก ที่มาเขียนเรื่องนี้เพราะว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาผมได้ไปกินข้าวขาหมูกับเพื่อน ๆ ครับ ฮิ ๆ ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม สุภาพศัตรีหลายท่านอาจจะไม่ชอบนะครับเพราะว่ามันอ้วนแต่ผมกินได้ ถ้าผมเป็นสุภาพศัตรีก็คงไม่มีใครชอบผมหรอกเพราะว่าผมอ้วนอ้ะดิ้ อิอิ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่วันที่ไปนี่หรอกครับ เพราะว่าตอนนี้ทำงานแล้ว เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่งผมได้เดินลงรถเมล์ที่จรัญ 68 แล้วหิวข้าวเพราะนั้นก็ 18.40 เข้าไปแหละ ไม่รู้ว่านาฬิกาโกหกหรือเปล่า ก็กดมันแล้วมันบอกว่า Its six forty PM อย่างนี้อ้ะครับ ถ้าจะโกหกก็คงเพราะว่ามันหล่นนะครับ เพราะว่ามันจะดับเงียบไปเลยหรือไม่ก็จะกลับเป้น 12.00 AM นี่แหละตามเรื่องราวของนาฬิกาดิจิตอน เมื่อข้ามฝั่งครับมาลงสะพานลอยหน้าซอยก็ได้ยินเสียงสับหมู นั้นแหละครับตรงดิ่งเข้าไปเลย อิอิ ได้ของกินแล้วเรา สักพักได้ยินเสียง อย่าพึ่งเดินมารถกำลังจะออกมา เราก็ตอบไปว่า ครับ ๆ เอ้า เดินมาได้รถว่างแล้ว นั้นคือเสียงน้าอ้วนนั้นเอง และก็ถามไปว่า มีที่นั่งไหมครับน้าอ้วน มี ๆ แป๊บนะเดี๋ยวพาไปนั่ง พอได้ที่นั่งแล้วก็สั่งกันเลยครับ เนื้อหนังครับ (มันสั่งซะ ไม่อ้วนทนไงไหว) เอาพิเศษนะครับ (เอาอีกกกก เอาเข้าไป) เมื่อกินไปสักพักก็อือวันนี้อยากใส่น้ำส้มก็เอามือควานหาน้ำส้มบนโต๊ะ พริก และกระเทียม ผมกิน พริก และก็น้ำส้มนิดหน่อยครับกินเยอะไม่ได้เพราะว่ามันปวดท้อง แต่แปลกนะกินโค้กไม่เห็นเป็นไร เมื่อกินไปก็มีคนถามว่า
ผู้ทักทาย: คุณเรียนในสารพัดช่างนี้หรอครับ
ผม: ครับ (เพราะว่าตอนนั้นยังเรียนอยู่)
ผู้ทักทาย: แล้วเรียนอะไรครับ
ผม: ปวส. ครับ การตลาดครับ
ผู้ทักทาย: แล้วคุณออกมาทานข้าวอย่างนี้คนเดียวบ่อยไหมครับ
ผม: ไม่หรอกครับ ส่วนใหญ่จะมากับเพื่อนครับ
ผู้ทักทาย: อ้าว แล้วเวลาคุณทานคุณรู้ไหมว่า อันนี้ผัก อันนี้หนังหมู อันนี้เนื้อ คุณรู้ไหมครับ
ผม: อือออ ไม่ทราบครับผม
ผู้ทักทาย อ้าว เวลาคุณทานก็แล้วแต่จะตักได้อย่างนั้นน่ะหรอ
ผม: ครับผม
ผู้ทักทาย: แย่นะ ขนาดผมสั่งมาหนึ่งจานผมจะเลือกกินอะไรก่อนผมก็ทำได้แต่เพราะว่าคุณมองไม่เห็นคุณถึงเลือกอะไรไม่ได้เลย จะตักหรือจะกินอะไรก่อนก็คงไม่ได้ (ช่างคิดจัง)
ผม: ก็ไม่เป็นอะไรนี่ครับเวลาเราสั่งเราก็สั่งให้เขาใส่สิ่งที่เราอยากกินยังไงก็น่ากินทั้งจานอยู่แล้วครับ
ผู้ทักทาย: อืออ ครับ
และแล้วผมก็บอกน้าอ้วนว่า น้าอ้วนครับ คิดค่าเสียหาย ก็มีเสียตอบมาว่า ผมจ่ายให้แล้วครับ
อ้าวซะงั้น ผมชอบความพยายามของคุณที่ต่อสู้กับชีวิต ใช้ชีวิตง่าย ๆ และไม่ย่อท้อ เพราะฉะนั้นมื้อนี้ผมเลี้ยงครับ ขอบคุณครับผม และก็ได้ยินคำพูดสุดท้ายจากพี่คนนั้นว่า ผมไปแล้วนะ ไม่เอาอะไรอีกหรอ ไม่เอาแล้วครับ ขอบคุณครับ ไปแล้วครับ นี่คือคำพูดสุดท้ายที่ได้ยิน
ข้อคิดสำหรับเรื่องนี้ผมก็คือ เราควรใช้ชีวิตง่าย ๆ ไม่ฟุ่มเฟย ไมต้องหรูหราแต่มี style ไม่ต้องดูดีและเอาใจใคร ขอแค่เราเป็นคนดีมีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันสังคมก็จะดีมากขึ้นนะครับ อย่างน้าอ้วนและพี่ที่มาทักทาย ต้องขอขอบคุณมากนะครับ และขอให้พี่และน้าอ้วนมีสุขภาพแข็งแรงเป็นที่รักของทุก ๆ คนนะครับ ขอให้น้าอ้วนขายขาหมูดี ๆ นะครับ ร่ำรวยครับ
จบแล้วครับได้อะไรไปบ้างล่ะจากข้อคิดนี้ วันหลังมีเรื่องจะมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ ปนกับความรู้ที่แอบ ๆ ไปหยิบของเขามานะครับผม สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันนะครับ เจอกันใหม่พรุ่งนี้ครับ สวัสดีครับ
ปล. มีคนคอมเมนท์ไว้เยอะ ๆ นะครับ จะได้มีกำลังใจเขียน ขอบคุณครับ
By-Bye!
อิอิ ไว้จะคอยแวะมาอ่านบ่อยๆนะคะ