2007/Jul/07

หัวข้อนี้แปลกไหมครับ ผมได้ข้อคิดอะไร ๆ จากเรื่องนี้เหมือนกันเลยเขียนมาให้อ่าน สมัยเมื่อผมยังเรียนระดับ ปวส. ผมจะมีร้านที่กินข้าวอยู่ประจำคือร้านขาหมูน้าอ้วนซึ่งเป็นร้านรถเข็นธรรมดาแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพครับอร่อยมาก ๆ เรียกว่า กินแล้วอยากกินอีกนะครับ หรือถ้าหิวข้าวก็จะนึกถึงสิ่งนี้เป็นสิ่งแรก ที่มาเขียนเรื่องนี้เพราะว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาผมได้ไปกินข้าวขาหมูกับเพื่อน ๆ ครับ ฮิ ๆ ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม สุภาพศัตรีหลายท่านอาจจะไม่ชอบนะครับเพราะว่ามันอ้วนแต่ผมกินได้ ถ้าผมเป็นสุภาพศัตรีก็คงไม่มีใครชอบผมหรอกเพราะว่าผมอ้วนอ้ะดิ้ อิอิ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่วันที่ไปนี่หรอกครับ เพราะว่าตอนนี้ทำงานแล้ว เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่งผมได้เดินลงรถเมล์ที่จรัญ 68 แล้วหิวข้าวเพราะนั้นก็ 18.40 เข้าไปแหละ ไม่รู้ว่านาฬิกาโกหกหรือเปล่า ก็กดมันแล้วมันบอกว่า Its six forty PM อย่างนี้อ้ะครับ ถ้าจะโกหกก็คงเพราะว่ามันหล่นนะครับ เพราะว่ามันจะดับเงียบไปเลยหรือไม่ก็จะกลับเป้น 12.00 AM นี่แหละตามเรื่องราวของนาฬิกาดิจิตอน เมื่อข้ามฝั่งครับมาลงสะพานลอยหน้าซอยก็ได้ยินเสียงสับหมู นั้นแหละครับตรงดิ่งเข้าไปเลย อิอิ ได้ของกินแล้วเรา สักพักได้ยินเสียง อย่าพึ่งเดินมารถกำลังจะออกมา เราก็ตอบไปว่า ครับ ๆ  เอ้า เดินมาได้รถว่างแล้ว นั้นคือเสียงน้าอ้วนนั้นเอง และก็ถามไปว่า มีที่นั่งไหมครับน้าอ้วน มี ๆ แป๊บนะเดี๋ยวพาไปนั่ง พอได้ที่นั่งแล้วก็สั่งกันเลยครับ เนื้อหนังครับ (มันสั่งซะ ไม่อ้วนทนไงไหว) เอาพิเศษนะครับ (เอาอีกกกก เอาเข้าไป) เมื่อกินไปสักพักก็อือวันนี้อยากใส่น้ำส้มก็เอามือควานหาน้ำส้มบนโต๊ะ พริก และกระเทียม ผมกิน พริก และก็น้ำส้มนิดหน่อยครับกินเยอะไม่ได้เพราะว่ามันปวดท้อง แต่แปลกนะกินโค้กไม่เห็นเป็นไร เมื่อกินไปก็มีคนถามว่า
ผู้ทักทาย
: คุณเรียนในสารพัดช่างนี้หรอครับ
ผม
: ครับ (เพราะว่าตอนนั้นยังเรียนอยู่)
ผู้ทักทาย
: แล้วเรียนอะไรครับ
ผม: ปวส. ครับ การตลาดครับ
ผู้ทักทาย
: แล้วคุณออกมาทานข้าวอย่างนี้คนเดียวบ่อยไหมครับ
ผม
: ไม่หรอกครับ ส่วนใหญ่จะมากับเพื่อนครับ
ผู้ทักทาย
: อ้าว แล้วเวลาคุณทานคุณรู้ไหมว่า อันนี้ผัก อันนี้หนังหมู อันนี้เนื้อ คุณรู้ไหมครับ
ผม: อือออ ไม่ทราบครับผม
ผู้ทักทาย
อ้าว เวลาคุณทานก็แล้วแต่จะตักได้อย่างนั้นน่ะหรอ
ผม: ครับผม
ผู้ทักทาย
: แย่นะ ขนาดผมสั่งมาหนึ่งจานผมจะเลือกกินอะไรก่อนผมก็ทำได้แต่เพราะว่าคุณมองไม่เห็นคุณถึงเลือกอะไรไม่ได้เลย จะตักหรือจะกินอะไรก่อนก็คงไม่ได้ (ช่างคิดจัง)
ผม
: ก็ไม่เป็นอะไรนี่ครับเวลาเราสั่งเราก็สั่งให้เขาใส่สิ่งที่เราอยากกินยังไงก็น่ากินทั้งจานอยู่แล้วครับ
ผู้ทักทาย: อืออ ครับ
และแล้วผมก็บอกน้าอ้วนว่า
น้าอ้วนครับ คิดค่าเสียหาย ก็มีเสียตอบมาว่า ผมจ่ายให้แล้วครับ

อ้าวซะงั้น ผมชอบความพยายามของคุณที่ต่อสู้กับชีวิต ใช้ชีวิตง่าย ๆ และไม่ย่อท้อ เพราะฉะนั้นมื้อนี้ผมเลี้ยงครับ ขอบคุณครับผม และก็ได้ยินคำพูดสุดท้ายจากพี่คนนั้นว่า ผมไปแล้วนะ ไม่เอาอะไรอีกหรอ ไม่เอาแล้วครับ ขอบคุณครับ ไปแล้วครับ นี่คือคำพูดสุดท้ายที่ได้ยิน
ข้อคิดสำหรับเรื่องนี้ผมก็คือ เราควรใช้ชีวิตง่าย ๆ ไม่ฟุ่มเฟย ไมต้องหรูหราแต่มี
style ไม่ต้องดูดีและเอาใจใคร ขอแค่เราเป็นคนดีมีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันสังคมก็จะดีมากขึ้นนะครับ อย่างน้าอ้วนและพี่ที่มาทักทาย ต้องขอขอบคุณมากนะครับ และขอให้พี่และน้าอ้วนมีสุขภาพแข็งแรงเป็นที่รักของทุก ๆ คนนะครับ ขอให้น้าอ้วนขายขาหมูดี ๆ นะครับ ร่ำรวยครับ


จบแล้วครับได้อะไรไปบ้างล่ะจากข้อคิดนี้ วันหลังมีเรื่องจะมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ ปนกับความรู้ที่แอบ ๆ ไปหยิบของเขามานะครับผม สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันนะครับ เจอกันใหม่พรุ่งนี้ครับ สวัสดีครับ

ปล. มีคนคอมเมนท์ไว้เยอะ ๆ นะครับ จะได้มีกำลังใจเขียน ขอบคุณครับ

By-Bye!

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ผมชอบคากิ ครับ :p
#1  by  Tomazzu (202.28.27.3) At 2007-07-07 05:37, 
อ๊างงงงง พูดถึงข้าวขาหมูแล้วมัน อิอิ ไว้จะคอยแวะมาอ่านบ่อยๆนะคะ
#2  by  ฺBear-killer At 2007-07-07 11:05, 
เห็นด้วยเลยครับ
การใข้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ผมว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมีอะไรที่หรูหราหรือฟุ่มเฟือยแต่อย่างไร

แบบง่ายๆก็มีสไดล์เหมือนกันแหละครับ

ปล. ชอบขาหมูแบบที่กินฟรีอะ อิอิ
#3  by  worapoj@~@ At 2007-07-07 11:20, 
จะกินข้าวขาหมูทั้งทีก็ต้องกินเนื้อหนังสิค๊า..

เจ็เองเซ๊งเซ็งอ่ะ เวลาไปสั่งข้าวขาหมูแล้วคนขายเห็นว่าเจ๊เป็นผู้หญิงสวย เลยให้มาแต่เนื้อๆ..(เอ๊ะ เสียงใครวิ่งไปอ้วกวะ) เฮ่อ..จะไปบอกให้เขาใส่หนังมาอีกก็ใช่เรื่อง เด๋วเขาคิดราคาพิเศษ เซ็งกว่าเดิม ก็เลยเอาน่ะ เขาอุตส่าห์หวังดี อิอิ ปกติไม่ค่อยชอบทานแต่ไม่ใช่เพราะกลัวอ้วนนะ อันนั้นไม่กลัวเจ๊ตัวสูง แต่ว่ามันหาเจ้าอร่อยๆยากอ่ะ โฮ๊ะๆๆ
#4  by  ผู้แย๊วโตหลิง At 2007-07-07 16:23, 
กินข้าวคนเดียวบ่อยค่ะ แต่ไม่มีใครกล้ามาทักและจ่ายเงินให้หรอกนะคะ(ถึงมีก็คงไม่ให้จ่ายให้หรอกค่ะ)
แหม พอนึกถึงข้าวขาหมูมันหิวขึ้นมาตะหงิดๆเลยค่ะ
#5  by  eeddy(อี๊ด) At 2007-07-07 23:53, 
จรัญ 68 มันบางพลัด นู้นแนะ อยากให้ใกล้เข้ามาอีกนิด แล้วจะไปกิน
#6  by  renkung At 2007-07-08 01:58, 
จรัญฯ 68 ร้านอยู่ตรงไหนเอ่ย เขียนซะน่ากินเลย อยากไปกินร้านข้าวขาหมูของน้าอ้วนบ้าง อิอิ
#7  by  HyPeR MonKeY At 2007-07-08 03:50, 
ว่างๆพาเข้าไปกินบ้างนะค่ะ
อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ
อ่อ ไปกับพี่ครีมมา แอบไปกินกันไม่พาเราไปด้วย
อิอิอิ
#8  by  jasminey At 2007-07-08 09:06, 
ร้านน้าอ้วนอยู่ที่ จรัญ 68 เป็นร้านรถเข็นธรรมดาอยู่ด้านหน้าเลยครับ ขายฉะเพาะตอนเย็น ๆ ไม่ได้ขายตอนกลางวัน หน้าซอยจะเป็นซุ้มประตูวัดครับ เคยลงหนังสือพิมพ์ด้วยครับ เนื่อขาหมู หอม หวานอร่อย หน้ารับประทานครับ
#9  by  PjPancake At 2007-07-08 15:48, 
จรัญ 68...

จะอยู่ฝั่งไหนน๊อ? แบบว่าเจ๊ขับมาจากเพชรเกษมบ่อย แต่ท่าทางจะอยู่ฝั่งที่เลยแยกปิ่นเกล้าไปแล้วแน่เลย

ร้านแบบนี้ตัองนั่งรถเมล์ไป ไม่ชอบจอดรถริมถนน ชาวบ้านเขาเดือดร้อน ไม่ดีๆเจ๊ไม่ทำเด็ดขาด...

จะพาคนชอบข้าวขาหมูไปชิม ไม่รู้จะมีบุญได้ไปป่าว อิอิ
#10  by  ผู้แย๊วโตหลิง At 2007-07-09 13:53, 
ฉันเป้นคนหนึ่ง ที่มีร่างกายครบ สมบูรแบบ แต่ฉันไม่เคยพอใจเลย ขอบคุณนะค่ะ ที่ทำให้คิดได้ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่ทำเว็บนี้สายตาพิการ จนอ่านจบ พยายามต่อไปนะค่ะ เพื่อตัวคุณเอง และคนอื่นๆ เอาใจช่วยค่ะ
#11  by  คนใหม่ (58.136.93.249) At 2007-07-24 00:25, 
เป็นกำลังใจค่ะ
#12  by  Acer (203.170.231.232) At 2008-06-04 08:37, 
ตอนแรกที่ได้อ่านชื่อเรื่องก็นึกว่าจะเป็นบรรยากาศเหงา ๆ แต่พออ่านจบก็รู้ว่าไม่เหงาหรอก แต่เต็มไปด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ อยากให้เรื่องราวในสังคมเล็ก ๆ แห่งร้านขาหมูน้าอ้วนแผ่ขยายกว้างไกลออกไปถึงทั่วประเทศไทย และไปไกลทั่วโลกจังเนาะ รบราฆ่าฟันกันแล้วได้อะไรล่ะ ทะเลาะกันแล้วช่วยอะไรได้ไหม เมื่อไหร่งานกีฬาสีแห่งประเทศไทยจะสิ้นสุดลงซะที (อ้าววว! เข้ารกเข้าพงไปกันใหญ่แล้ว พอแค่นี้ดีกว่า) ฝากไว้ให้คิดกันต่อนะ

เก๋
#13  by  kay (58.8.138.78) At 2009-02-17 12:18, 

<< Home


เอกลักษณ์ พรมชาติ
View full profile