2007/Aug/14

สวัสดีค่ะ

สวัสดีค่ะ

ถ้ามีใครถามว่า คุณผู้อ่านยังจำ "รักครั้งแรก" ได้ไหม
ณ ตอนนี้เลย... คุณผู้อ่านนึกถึงหน้าใครผุดขึ้นมาในใจคะ? : )

หลายคนคงนึกถึงเพื่อนต่างเพศคนแรกที่ตรึงตราประทับใจสมัยยังรุ่น
ที่เพียงแค่เขาหรือเธอส่งประกายยิ้ม แล้วมีไมตรีเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้
เราก็อาจยอมเป็นฝ่ายทุ่มเทเวลา ซื้อหาข้าวของ เอาอกเอาใจ ทำโน่นทำนี่ให้ได้สารพัด

แปลกแต่จริง... อาจมีน้อยคนเหลือเกินที่จำอีกความรู้สึกหนึ่งได้
กับคนที่ยอมมอบใจให้เราจนหมดทันทีเพียงแค่เห็นเราปรากฏกายเป็นครั้งแรก
โดยไม่คิดตัดสินแม้สักนิดว่า เราจะหน้าตาสะสวยหรือคมเข้มควรคู่แก่การอยู่ข้างกายหรือไม่
คนที่ต่อให้เราโวยวายเอาแต่ใจแค่ไหน ก็พร้อมจะอดตาหลับขับตานอนมาเอาใจปลอบโยน
คนที่จับเรานอนหนุนอยู่ในอ้อมแขน แนบหัวเราข้างหัวใจ แล้วแบ่งปันอาหารจากสายเลือด
พร้อมกับสบสายตาเราด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่นอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน

รักครั้งแรก...
จากคนแปลกหน้า ที่ไม่เคยมีใครเข้าใจอย่างแท้จริงว่า
ทำไม ผู้หญิงคนนั้น จึงสามารถทุ่มเทความรักให้เราได้มากมายขนาดนั้น
โดยไม่มีแม้เงื่อนไข โดยไม่ถามหาอะไรจากเราแม้สักนิดเดียว

น้อยคนนัก ที่จะจำความรู้สึกรักครั้งแรกของชีวิตในวัยเยาว์ขนาดนั้นได้
อย่างที่เคยอ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งของคุณดังตฤณว่า
อาจด้วยความที่ธรรมชาติมักปกปิดหรือลบเลือนความทรงจำในช่วงต้นวัยของชีวิต
ทำให้เราจำไม่ได้ว่า แม่ตั้งท้องเหนื่อยขนาดไหน คลอดเรามาด้วยความทุกข์สาหัสขนาดไหน
ไม่เคยเห็นว่าใครต้องลุกขึ้นมาดึก ๆ ดื่น ๆ ไม่เห็นว่าใครต้องทำงานแสนเหน็ดแสนเหนื่อย
เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยที่จะส่งให้เราได้มีชีวิตที่ดีที่สุด ได้เรียนสูงที่สุด
ได้ของกินของใช้ที่ดีที่สุด เท่าที่กำลังพ่อแม่จะสรรหามาให้ได้

ส่วนใหญ่ จำความกันได้อีกทีก็คือ อยากได้อะไรก็แค่เอ่ยปากบอกพ่อขอแม่อย่างเคยปาก
หันไปรอบตัวอีกที เราก็เห็นแต่ความรักของเพื่อน ความรักของแฟน
ความรักของใครต่อใครรอบตัวที่ยอมตามใจ ให้ความสำคัญกับเรา

แล้วเรา... ก็มักจะลืมความเหนื่อยยาก ความเสียสละทุ่มเทอย่างไม่เรียกร้อง
ของคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของก้อนเนื้อที่มีลมหายใจเต็มตื่น
และเป็นตัวของตัวเองอย่างภาคภูมิในวันนี้

ที่สำคัญ น้อยคนนักที่จะประจักษ์ว่า
การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้น เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในสังสารวัฏเพียงใด
ไม่ว่าจะเกิดมาเป็นคนยากดีมีจนเพียงใด แค่ไหน
ความเป็นมนุษย์นี่แหละ คือโอกาสในการใช้อัตภาพอันประเสริฐนี้
พลิก ชะตาชีวิตและเส้นทางเดินในสังสารวัฏนี้ได้ทั้งเส้น

เมื่อไม่ตระหนักค่าเช่นนั้น จึงน้อยคนนัก... ที่จะประจักษ์ว่า
พ่อแม่ผู้ให้เลือดเนื้อเชื้อไขแห่งความเป็นมนุษย์
มีบุญคุณต่อเรามหาศาลขนาดไหน

มีคนเคยเปรยให้ได้ยินว่า ก็การเลี้ยงลูกมันเป็นหน้าที่ของพ่อแม่
ที่ต้องรับผิดชอบในฐานะที่คลอดเราออกมาอยู่แล้วมิใช่หรือ?

ก็จริงค่ะ แต่ถ้าการเลี้ยงใครสักคนให้เจริญเติบโตเป็นแค่การทำตาม "หน้าที่"

ลองถามตัวเองดูนะคะว่า เราจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนบริบูรณ์อย่างทุกวันนี้ได้ไหม

ใน มงคล ๓๘ ประการ ซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า
ที่ว่าด้วยการกระทำสิ่งที่เป็นมงคลแก่ตัวเอง ก็มีอยู่ข้อหนึ่งที่ว่าด้วยการบำรุงบิดามารดา
ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านก็ได้ตรัสถึงบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของบุพการีโดยเปรียบเปรยไว้ดังนี้ค่ะ

ท่านเป็นพระพรหมของลูก คือ นอกจากจะเป็นผู้ให้ชีวิตแก่เราแล้ว
ท่านยังมีพรหมวิหาร ๔ คือเมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา ต่อลูก ๆ

ท่านเป็นเทวดาของลูก คือ ท่านคอยคุ้มครองป้องกันภัยให้แก่ลูก ๆ

ท่านเป็นครูคนแรกของลูก คือ ท่านเป็นผู้สั่งสอนอบรมให้ลูกมีความรู้ในสิ่งต่าง ๆ ก่อนใคร

ท่านเป็นพระอรหันต์ของลูก คือ ท่านมีคุณธรรม ๔ ประการ คือ เป็นผู้มีอุปการคุณ
มีพระเดชพระคุณ เป็นเนื้อนาบุญของลูก และเป็นบุคคลที่ควรแก่การคำนับของลูก

(สุตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาตร พรหมสูตร. ๒๐ / ๔๗๐ / ๑๒๖)

ภาพหนึ่งที่ปรากฏและยังคงประทับอยู่ในใจเสมอมาเมื่อพูดถึงผู้ที่มีความกตัญญูต่อมารดา
ก็คือ ความรักของในหลวง... ที่มีต่อองค์สมเด็จย่า

เคยได้อ่านจากหนังสือเรื่อง "พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู" ค่ะว่า
ในยามที่ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จย่า
เรามักจะเห็นภาพท่านทรงประคองสมเด็จย่าเดินไปด้วยตลอดทางจนชินตา
ทั้งที่มีทหาร มีองครักษ์ มีพยาบาล คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว

แต่ในหลวงกลับทรงรับสั่งว่า "ไม่ต้อง... คนนี้แม่เรา เราประคองเอง"
ตอนเล็ก ๆ แม่หัดประคองให้เราเดิน มีโอกาสตอนนี้ต้องรีบทำ ไม่ต้องอายใคร
พวกเราส่วนใหญ่เวลาออกไปไหน แต่งตัวสวยงาม แต่เวลาเดิน ไม่มีใครประคองแม่
กลัวไม่สง่า กลัวไม่โก้หรู อายที่จะทำ กลายเป็นหน้าที่ของคนรับใช้

และในช่วงปีเศษ ๆ ก่อนที่สมเด็จย่าจะเสด็จสวรรคต ทราบไหมคะว่า
ในหลวงท่านเสด็จจากวังสวนจิตรไปวังสระปทุมตอนเย็นแทบจะทุกวัน

ท่านไปทานข้าวกับ "แม่" ของท่านค่ะ

หนึ่งสัปดาห์มี ๗ วัน ท่านไปทานข้าวกับแม่ของท่าน ๕ วัน
ท่ามกลางพระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดำรินับร้อยนับพัน

ต่อให้ไม่มีเวลาแค่ไหน ท่านก็จะมีเวลาเพื่อไปทานข้าวกับแม่ของท่านสม่ำเสมอไม่เคยขาด
ท่านไป... เพื่อพูดคุย เพื่อดูแลอยู่ข้าง ๆ เพื่อทำให้ "แม่" ของท่านชุ่มชื่นหัวใจ
ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักจะ "ไม่ว่าง" สำหรับแม่ แต่มีเวลาไปทานข้าวกับเพื่อนฝูง

ในการทดแทนคุณของใครก็ตามที่มีพระคุณต่อเรา
โดยเฉพาะในระดับที่เรารู้สึกซาบซึ้งเป็นหนี้บุญคุณยิ่งใหญ่นั้น
มีอยู่สิ่งหนึ่งที่คุณดังตฤณได้เคยเขียนไว้ และเป็นสิ่งที่เห็นคล้อยตามด้วยอย่างยิ่ง
นั่นคือ การใช้หนี้บุญคุณที่ดีที่สุด ก็คือ การให้ความสุขแก่คนผู้นั้น โดยที่
อะไรก็ตามที่ทำแล้วรู้ว่าเขาจะเป็นสุข จงทำให้มาก และทำเท่าที่โอกาสจะอำนวย
อย่ากะเกณฑ์ว่าทำเท่านั้นเท่านี้จึงทดแทนได้แล้ว
อย่าประมาณเลยว่าชดใช้แค่นั้นแค่นี้แล้วจะพอ

และความสุขนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการทุ่มเทเงินทองเกินกำลังเลยนะคะ
ความสุข... อาจเกิดขึ้นได้จากเพียงสิ่งเล็กน้อยที่เรียบง่ายเหลือเกิน
เหมือนอย่างที่ในหลวงของเราท่านมีต่อสมเด็จย่าหรือ "แม่" ของท่านเสมอมานั่นเองค่ะ

แล้วเรา... รู้จักรินความสุขให้แม่ของเราแล้วหรือยังคะ

การคิดเลี้ยงดูแม่ของเราให้สุขกายสบายใจนั้น
เป็นสิ่งที่ควรกระทำเพื่อทดแทนคุณท่านอย่างยิ่งโดยไม่ต้องสงสัยแน่นอนนะคะ
แต่ทราบไหมคะว่า นั่นอาจถือได้ว่าเป็นการตอบแทนท่านได้เพียง "ครึ่งเดียว" เท่านั้น
เมื่อเทียบกับบุญคุณของท่านทั้งหมดที่ท่านได้ "ให้" เรามาทั้งชีวิต

ตราบจนกระทั่งตัวเองได้มารู้จักพุทธศาสนานี่ล่ะค่ะ
จึงได้เข้าใจว่า ยังมีวิธีการตอบแทนที่ประเสริฐล้ำยิ่งกว่าวิธีใด ๆ ในโลก

พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ชัดเจนว่า
แม้บุตรจะพึงวางบิดามารดาไว้บนบ่าทั้งสองของตน ประคับประคองท่านอยู่บนบ่านั้น
ป้อนข้าวป้อนน้ำ และให้ท่านถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่านั้นเสร็จ
แม้นบุตรจะมีอายุถึง ๑๐๐ ปี และปรนนิบัติท่านเช่นนั้นไปจนตลอดชีวิต
ก็ยังนับว่าตอบแทนพระคุณท่านไม่หมด

การที่จะทดแทนคุณของบิดามารดาให้ได้หมดนั้น คือ

หากท่านยังไม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก็ชักชวนให้ท่านตั้งอยู่ในศรัทธานั้นให้ได้
ซึ่งโดยเบื้องต้นก็คือ การมีความรู้ความศรัทธาในเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรม

หากท่านยังไม่ตั้งมั่นในการให้ทาน ก็ชักนำให้ท่านตั้งมั่นในการบริจาคทาน
ให้ท่านฝึกให้ทานจนเป็นนิสัย จนเมื่อใดไม่ให้แล้วเหมือนขาดอะไรไป

หากท่านยังไม่ตั้งมั่นในศีล ก็โน้มน้าว และชักชวนท่านให้ฝึกถือศีล
ให้ท่านมีศีลจนเป็นปกตินิสัย จนเมื่อใดประพฤติผิดศีลแล้วเกิดความรู้สึกผิดรุนแรง

และ หากท่านยังไม่รู้จักการเจริญภาวนา ก็ชักชวนให้ท่านได้หันมาฝึกเจริญภาวนา

นั่นแหละค่ะ จึงจะเรียกว่าทดแทนคุณบิดามารดาได้หมดสิ้น
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ สิ่งที่ท่านยังขาดก็คือ ที่พึ่งที่แท้จริง
เมื่อใดที่ท่านมีศรัทธาตั้งมั่นในกฎแห่งกรรมวิบาก ตั้งมั่นในทาน ตั้งมั่นในศีล
ก็เท่ากับเราได้ตอบแทนชีวิตนี้ทั้งชีวิตที่ท่านได้มอบเลือดเนื้อมาให้แล้ว
ด้วยการมอบชีวิตใหม่ที่สุกสว่างจากภายในให้กับท่านตั้งแต่ชาตินี้
พร้อมทั้งอัตภาพใหม่อันเลิศกว่า ที่รออยู่ในภพหน้าของท่าน
หรือกระทั่งอาจนำท่านไปถึงที่สุดแห่งทุกข์ในวันหนึ่งวันใดข้างหน้าในที่สุดได้

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว อยากให้ได้อ่านบทความพิเศษเรื่องหนึ่งในฉบับนี้ค่ะ

เป็นบทความที่คุณดังตฤณได้เขียนขึ้นเป็นพิเศษถึงแม่ของคุณดังตฤณเอง
ซึ่งเราได้นำมาลงไว้ในช่วงท้ายของคอลัมน์ "เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว" ฉบับนี้แล้วค่ะ
ขอคัดคำเกริ่นนำจากบทความที่คุณดังตฤณได้ร่างไว้มาฝากกัน ณ ตรงนี้นะคะ

"เนื่องจากเดือนสิงหาคมอันเป็นเดือนแห่งวันแม่ในปีนี้ ผมต้องสูญเสียคุณแม่ไป
ก็ขอโอกาสนำส่วนต้นของหนังสืองานศพมาลงไว้ เพื่อให้เกิดความเบิกบานร่วมกัน
กับนางฟ้าเกิดใหม่อีกองค์หนึ่ง ซึ่งมีอุทยานร่มรื่นและสว่างสวยเป็นของเธอเอง
การเขียน "เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว" ตลอดสามปีที่ผ่านมาด้วยเจตนาให้แม่อ่าน
แม่ได้อ่านแล้ว ผลบุญผลกุศลอันเกิดจากการเผยแพร่ธรรมไปในวงกว้างมีประมาณใด
ขอจงได้แก่ คุณแม่อัจฉรา ไมตรีเวช ผู้ให้กำเนิดผมมาเขียนธรรม
จนถึงบัดนี้ทั้งสิ้นทั้งปวงเทอญ." _/|\_

คุณแม่ของคุณดังตฤณเพิ่งได้ลาจากโลกนี้ไปเมื่อสักสัปดาห์ที่แล้วนี้เองค่ะ...
หลายคนถามไถ่กันเข้ามาว่า เรื่องราวที่โรงพยาบาลที่เขียนไว้ในบท บ.ก. ฉบับก่อน
ใช่เรื่องราวของคุณแม่คุณดังตฤณหรือเปล่า ก็ขออนุญาตแจ้งเสริมไว้ด้วยนะคะว่าใช่แล้วค่ะ

ท่ามกลางความอาลัยในวันนั้น ก็รู้สึกเพียงว่าพวกเรากำลังไป "ส่งแม่" กัน ด้วยคิดว่า
อีกไม่นาน... คุณแม่ก็จะออกเดินทางต่อ คุณแม่กำลังจะไปสู่ที่ที่ใหม่ที่สบายกว่าแล้ว

จนได้มาเห็นต้นฉบับจากคุณดังตฤณ กับชื่อบทความนี้ที่ชื่อว่า "ส่งแม่ขึ้นฟ้า"
จึงได้รู้สึกซึ้งกับความหมายของคำว่า "ส่งแม่" ด้วยขอบเขตที่กว้างขวางขึ้นอีกมาก
โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าคุณแม่มีวิมานชั้นเลิศรออยู่ ชื่อเรื่องสี่คำที่เรียบง่ายและไพเราะนี้
ก็ยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นเบิกบานตามไปด้วยยิ่งนักค่ะ

เพราะสิ่งที่รับทราบมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานก็คือ คุณดังตฤณเขียน...
ด้วยความปรารถนาให้คุณพ่อคุณแม่และครอบครัวได้มีศรัทธาและตั้งมั่นในพุทธศาสนา
เพื่อที่ทุกคนในครอบครัวจะได้มี ที่พึ่งที่แท้จริง ให้กับตัวเองเมื่อยามจากโลกนี้ไป
และถึงวันนี้ คุณแม่... ก็ได้อ่านแล้ว ได้สัมผัสกระแสของพระแท้และธรรมอันเป็นของแท้
และได้นำคำสอนนั้นไปปฏิบัติ เพื่อรักษาจิตในช่วงสุดท้าย
ที่แม้กายจะป่วย แต่จิตข้างในมิได้ดูดายปล่อยให้มัวหมองตาม
ท่านได้ฟังธรรมและยึดเอาพระผู้รู้ผู้มีความสว่างไสวเป็นสรณะก่อนสิ้นแล้ว... _/|\_

คำว่า "ส่งแม่ขึ้นฟ้า" จึงไม่ได้ทำให้เห็นเฉพาะภาพที่ใคร ๆ มายืนรอส่งแม่ที่ปากประตู
แต่ทำให้เห็นย้อนไปตั้งแต่แรกเริ่ม ที่คุณดังตฤณพยายามปูบันไดขั้นแรก
จากพื้นดิน แล้วพาให้คุณแม่ยกเท้าขึ้นข้าม ดันและประคองคุณแม่
จนกระทั่งคุณแม่ไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าในที่สุด

เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ประจักษ์ถึงคำที่พระพุทธเจ้าท่านได้สอนเรื่องการทดแทนคุณบุพการี

ด้วยสิ่งอันประเสริฐล้ำยิ่งกว่าสมบัติพัสถานใดในโลกอย่างแท้จริง
ได้รู้สึกปีติยิ่งขึ้น ก็ตรงที่ได้ยินคุณดังตฤณบอกว่า ผลจากสิ่งที่คุณแม่กระทำไว้ดีแล้วนั้น

จะทำให้คุณแม่ มีวาสนาได้ฟังธรรมะจากพระผู้รู้อีก กับทั้งจะเป็นผู้ว่าง่ายต่ออริยเจ้าสืบไป

ซึ่งย่อมหมายความว่า คุณแม่มีโอกาสที่จะเป็นอิสระจากสังสารวัฏนี้ในวันหนึ่งข้างหน้าแน่นอน

การจัดพิธีสวดศพและพิธีเผาศพ แม้จะประดับประดาเมรุด้วยช่อบุปผชาติอันงดงามเพียงใด
แม้จะมีผู้มาร่วมแสดงความเคารพรักมากมายแค่ไหน และส่งใจให้แม่มีความสุขเพียงใดก็ตาม

ถึงวันนั้น ก็อาจมิได้มีความหมายอะไรสำหรับผู้จากไปเลย...

หากอยากให้แม่มีความสุขใจ อยากให้แม่ได้สัมผัสรสสุขจากสวรรค์บนดิน
กระทั่งอยาก "ส่งแม่ขึ้นฟ้า" ...เราต้องทำกันตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้ และทำกันทั้งชีวิตเลยนะคะ

ความสุขทางโลกนั้น รินให้กันก็ย่อมเติมเต็มความชุ่มชื่นใจให้กันได้อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่สุขนั้นก็เป็นของชั่วคราว ที่มีวันหมดไป มีวันเสื่อมไป
แต่ความสุขทางธรรมนั้น เมื่อได้เปิดรับไว้เป็นที่พึ่งให้แก่ตนเองแล้ว
จะให้ผลเป็นความสุขและเป็นเสบียงชั้นดีที่ให้ผลยาวนานข้ามภพข้ามชาติทีเดียวนะคะ

ส่วนที่ว่า แล้วจะชักพาคุณพ่อคุณแม่ให้ตั้งมั่นในพุทธศาสนาได้อย่างไรนั้น...
ละไว้ให้เป็นศิลปะของแต่ละครอบครัวก็แล้วกันนะคะ : )

นอกจากบทความพิเศษจากคุณดังตฤณแล้ว
ฉบับนี้ เรายังมีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากคุณผู้อ่านอีกหลายเรื่องต้อนรับวันแม่นี้ค่ะ
โดยล้วนเป็นฝีไม้ลายมือของคุณผู้อ่านทางบ้าน ที่เขียนเรื่องราว และบทกวี
เข้ามาร่วมประกวด และได้ผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการ
ในโครงการประกวดเขียนบทความ "พระคุณแม่" เพื่อจัดทำฉบับวันแม่นี้โดยเฉพาะค่ะ

และผลก็คือ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกในหมวดของ "นวนิยาย เรื่องสั้น" มี ๓ เรื่อง ได้แก่
เวลาที่เหลืออยู่ เวลาที่หายไป โดยคุณ ซองกาเลีย
มรดกและปรัชญาชีวิตจากแม่ โดยคุณ หมูอ้วน
และ แม่..ผู้เป็นแบบอย่าง โดยคุณ คัคนานต์

และยังมีเกร็ดที่น่าอ่านไม่แพ้กันอีก ๓ เรื่อง ในคอลัมน์ "สัพเพเหระธรรม" ได้แก่

แม่ของฉัน โดย แม่ปู แม่ผู้มีใจใฝ่ในธรรม โดยคุณ นวลพรรณ ไม้ทองดี
และ แม่..แง่งามของความประทับใจ โดยคุณ สุจินตนา ปิยธรรม

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวที่น่าติดตามในคอลัมน์ "ธรรมะจากคนสู้กิเลส" อีก ๓ เรื่อง
ได้แก่ ถ้าไม่มีแม่ก็ไม่มีข้าพเจ้าในวันนี้ โดยคุณ dd1
รักแม่ โดยคุณ smile และ ความรักของผู้ให้คนหนึ่ง โดยคุณ สะเก็ดไม้

รวมทั้งอีก ๑ บทกวีเรื่อง แม่...ผู้ให้ตลอดกาล ที่ประพันธ์โดยคุณ คัคนานต์ ค่ะ

ก็ขอแสดงความยินดีกับผู้เขียนทุกท่านที่ได้รับคัดเลือกด้วยนะคะ
ทางทีมงานจะจัดส่งรางวัล คือ หนังสือ "เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน" ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๔
(ซึ่งหาไม่ได้แล้วนะคะเดี๋ยวนี้ เพราะพิมพ์ไปถึงครั้งที่ ๔๔ ๔๕ แล้วค่ะ) : )
พร้อมลายเซ็นของคุณดังตฤณเขียนถึงผู้เขียนแต่ละท่านให้ถึงที่บ้านเลยค่ะ

พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณคุณผู้อ่านทุก ๆ ท่านที่ร่วมส่งเรื่องราวกันเข้ามา
ทางทีมงานก็ได้จัดเตรียมใบประกาศนียบัตรสำหรับทุก ๆ ท่านไว้ให้ด้วย
เพื่อเป็นการขอบคุณและอนุโมทนาในการสร้างสรรค์ตัวหนังสือมาประกาศคุณของแม่ร่วมกันค่ะ

นอกจากนี้ สำหรับคอลัมน์ประจำ "ธรรมะกับไลฟ์สไตล์" คุณตันหยง ก็จะพาเราไปรู้จักกับ

คุณแม่บัณฑิตา ในตอน ธรรมะฉบับวันแม่จากคุณแม่บัณฑิตา ธีรวงศ์กิจและลูก ๆ
น่าจะเป็นที่สนใจของคุณแม่หลาย ๆ คนทีเดียวค่ะ เพราะลูกทั้งสองของคุณแม่นั้น
ทั้งเก่ง และเปี่ยมไปด้วยความสามารถหลากหลาย แต่ทว่าก็เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน
สร้างประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านไม่ขาด ทั้งยังชักจูงกันปฏิบัติธรรมเพื่อที่สุดทุกข์ทั้งบ้าน
คุณแม่มีเคล็ดลับอย่างไร ลองติดตามอ่านกันดูเป็นแรงบันดาลใจนะคะ

แล้วปิดท้ายดูหนังกันสักนิด จากคอลัมน์ "แง่คิดจากหนัง"
คุณชลนิล จะพาเราไปทบทวนแง่คิดที่ได้จากหนังที่ชวนให้เรานึกถึงแม่
กับเรื่อง A.I. -- แม่...ที่ขอบฟ้า และ เฮี้ยน (The mother) แม่...ทำได้! ค่ะ

สำหรับคนที่ติดตามตัวอย่าง ภาพการ์ตูนจากนวนิยายเรื่อง "กรรมพยากรณ์"
จากฉบับก่อน ๆ กันมาแล้ว ฉบับนี้มีภาพเซ็ทใหม่ซึ่งเป็นภาพสีมาฝากเพิ่มเติมด้วยนะคะ

ตัวการ์ตูนตัวไหนเป็นใครในนิยายเรื่องนี้บ้าง ลองไปชมภาพสีเซ็ทใหม่และเดาใจกันดูนะคะ : )

คลิกได้ที่นี่เลยค่ะ http://dungtrin.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=1653

ก่อนจากกันไป ขออนุญาตแจ้งข่าวสักนิดนะคะ

สำหรับเดือนสิงหาคมนี้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
จะไม่ได้เดินทางมาแสดงธรรมที่ศาลาลุงชิน ตามกำหนดการเดิมนะคะ

เนื่องจากทางราชการได้ขอความร่วมมือมาทางศาลาลุงชิน

เพื่อขอใช้สถานที่ในการลงประชามติเพื่อรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญค่ะ

ทางทีมงานผู้จัดต้องขออภัยในความขลุกขลักมายังทุกท่านด้วยนะคะ

ส่วนเดือนกันยายน หลวงพ่อจะมาที่ศาลาลุงชินในวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ ๓ ตามปกติค่ะ

๑๒ สิงหาคมนี้ ก็จะเป็นวันแม่แล้ว
ใครยังมีคุณแม่ให้ดูแลอยู่ ก็บำรุงและดูแลท่านกันให้ดีนะคะ
ให้ทั้ง ๓๖๕ วันเป็นวันแม่ ไม่ใช่เพียงปีละหนึ่งวันในเดือนสิงหาคมเท่านั้น
นึกถึงท่าน ทำเพื่อท่านอย่างสม่ำเสมอทุกวัน อย่างที่ท่านรักเราทุกวันนะคะ

สุขสันต์วันแม่ค่ะ : )

*อีเมล์ฉบับนี้ได้แนบนิตยสารในรูปแบบ PDF ความละเอียดปกติ มากับอีเมล์นี้แล้ว [22.pdf ]

หากท่านไม่พบ สามารถ Download ได้
http://dungtrin.com/mag/pdf/22.pdf

นิตยสารในรูปแบบอื่นๆ

อ่านทุกฉบับผ่าน website

http://dungtrin.com/mag

อ่านด้วยโปรแกรม Word

http://dungtrin.com/mag/word/22.doc

รูปแบบ PDF คุณภาพสูง และ PDF Booklet พร้อมพิมพ์ เป็นหนังสือ

http://dungtrin.com/mag/?22.pdf

เสียงอ่านหนังสือธรรมะใกล้ตัว wma mp3

http://dungtrin.com/mag/sound.php?22

สมัครสมาชิกนิตยสาร รับอีเมล์ทุกวันพฤหัสบดี สัปดาห์เว้นสัปดาห์

http://dungtrin.com/mail

นิตยสารธรรมะใกล้ตัว นิตยสารออนไลน์ ให้ธรรมะอยู่ใกล้ตัวคุณ


edit @ 2007/08/14 22:42:41

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
รับทางเมล์เหมือนกัน มีอะไรน่าอ่านดี
#1  by  ตุ้มเป๊ะ At 2007-08-14 22:53, 
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ...ประทับใจเรื่องในหลวงกับสมเด็จเหมือนกันครับ ^_^
#2  by  วัชระ At 2007-08-15 00:06, 
บทความพวกนี้ไม่ลึกซึ้งพอกับความรู้สึกที่พี่มีให้แม่พี่หรอก คนที่รักแม่ด้วยจิตสำนึกอย่างแท้จริง..อ่านแล้วก็งั้นๆแหละ(พูดจริงๆนะเนี่ย..ขอโทษด้วย)

ปล. คนที่ไม่ได้ไปเที่ยวกับแม่ในวันแม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักแม่หรอกนะ อย่างพี่เอง..ที่เอกถามในโทรศัพท์วันนั้น แล้วเหมือนตัดพ้อว่าพี่ไม่เห็นความสำคัญของวันแม่น่ะ

ความจริงก็คือ แม่พี่หาเงินได้มากกว่าพี่หลายสิบเท่า เพราะแม่ทำกิจการมาหลายปีแล้ว แต่ตัวพี่น่ะยังเป็นเด็กอยู่ จะไปมีเงินทองอะไรมากมาย? ฉะนั้นการพาแม่ไปเที่ยวในแต่ละครั้ง แม่จะไม่ยอมให้พี่เป็นคนจ่ายเลย เพราะเป็นห่วงพี่(ไม่เหมือนแม่น้องเอกที่ยอมให้เอกเลี้ยง..เราต่างกันตรงนี้ น้องควรเข้าใจไว้ด้วย)

ส่วนที่พี่ไม่ได้พาแม่ไปเที่ยวในวันแม่ ก็เพราะว่าพี่เองนั่นแหละ ที่ต้องการให้แม่ได้ประหยัดเงิน อย่ามาจ่ายเงินค่าอาหารแค่มื้อเดียวแต่ราคาแพงเลย.. พี่ไม่มีเงินทองไปเลี้ยงข้าวแพงๆให้แม่ พี่ได้แต่ทาสีบ้านให้แม่ทั้งหลัง จะได้ไม่ต้องจ้างเขา ทำกับข้าวกินเอง ซ่อมบ้านเอง ปลูกผักกินเอง ช่วยแม่ประหยัดทุกอย่าง.. +ดูแลแม่ ว่าแม่จะซื้อของอะไรพี่จะไปหาร้านถูกๆซื้อให้

พี่ไม่เคยขอเงินพ่อแม่ไปใช้ฟุ่มเฟือยเลยสักครั้ง พี่ดำรงตนเป็นคนดีและเมื่อจะทำอะไรก็จะคิดถึงพ่อแม่ก่อนเสมอ

แต่..สรุปว่าพี่ไม่ดี ไม่รักแม่ ที่ไม่ได้พาแม่ไปเที่ยวในวันเกิดของพระราชินีเหรอ? เอก..

พี่ไม่เห็นจะเข้าใจเลย
#3  by  ผู้แย๊วโตหลิง At 2007-08-16 12:35, 
525551
#4  by  นายดำ (61.7.131.189 /172.16.0.204) At 2007-09-20 16:19, 
#5  by   (61.19.31.206) At 2009-08-14 11:32, 
ขอเชิญทุกท่านทำบุญด้วยการแจกหนังสือสวดมนต์
ในโอกาสต่างๆ เช่น งานบวช วันเกิด งานศพ ทอดผ้าป่า เป็นต้น ได้อานิสงส์จากการเผยแพร่บทพระพุทธคุณ

รับพิมพ์ หนังสือสวดมนต์ ขนาดพกพา ส่งทั่วประเทศ
ราคาโรงพิมพ์ ขนาด 8.5 x 14.5 ซม. ปกกระดาษอาร์ตมัน
เคลือบยูวี ปั๊มอักษรทอง เนื้อใน 76 หน้า กระดาษถนอมสายตา ตัวหนังสือคมชัด อ่านง่าย

ในเล่มบอกวิธีการสวดมนต์ ตั้งแต่เริ่มสวด มีบทสวด
อิติปิโส, พาหุงมหากา, บทสวดแผ่เมตตา และพระคาถาชินบัญชร บทสรรเสริญ เจ้าแม่กวนอิม มีคำถวายทานและพระคาถาต่าง ๆ อีกกว่า 28 พระคาถา พร้อมคำแปลภาษาไทย

พิเศษ พิมพ์รายชื่อผู้ทำบุญฟรี 3 หน้า!! (พิมพ์ได้มากกว่า 100 รายชื่อ)
(กำหนดงานเสร็จภายใน 7 วัน นับจากตรวจปรู๊ฟรายชื่อครั้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว)


สั่งขั้นต่ำ 100 - 300 เล่มๆ ละ 15 บาท.....
301 - 900 เล่มๆ ละ 12 บาท.....
901 - 2,000 เล่มๆ ละ 11 บาท.....
2,000 เล่มขึ้นไป เล่มละ 10 บาท.....

หนังสือแบบอื่น

1. หนังสือทำวัตร เช้า เย็น ปกสีน้ำตาล รหัส L01
http://www.pantipmarket.com/stationery/topic/L9130228.html

2. หนังสือสวดมนต์ขนาด ปกสีเหลือง A5 รหัส L02
http://www.pantipmarket.com/view.php?id=SV9302231

3. หนังสือแก้กรรม ปกน้ำตาลอ่อน ขนาด A5 รหัส L03
http://www.pantipmarket.com/souvenir/topic/SV9312814.html


(ติดต่อสอบถาม ได้ที่ คุณหนึ่ง 087-808-2032)
Email : thaiprayerbook@gmail.com
Website : http://www.thaiprayerbook.co.cc/ หรือ
http://www.หนังสือสวดมนต์.co.cc (กรุณา copy ชื่อเว็บทั้งหมดแล้ว paste ลงใน address bar)
#6  by  halleruya At 2009-10-05 16:26, 

<< Home


เอกลักษณ์ พรมชาติ
View full profile