technology

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านของผม จะเห็นว่าผมเองหายไปตั้งเป็นสัปดาห์ พอดีมีปัญหา/ไม่ว่าง/สุขภาพไม่ค่อยดีครับ แต่ก็ยังคิดถึงเพื่อนอยู่เสมอนะครับ ส่วน tag โดราเอมอน จะกลับมาทำในอันต่อไปนะครับ ไม่เบี้ยวแน่นอน อยากบอกว่ายินดีที่จะหาอะไรดี ๆ มาให้อ่านกันนะครับ วันนี้ทักทายเท่านี้ก่อนละกันแล้วจะเข้ามาอ่านความคิดเห็นที่เพื่อน ๆ เขียนนะครับ ความคิดเห็นสำคัญเสมอครับ
สำหรับวันนี้นำประวัตินาฬิกา มาฝากครับผม
นาฬิกาแดด เป็นนาฬิกาที่ใช้บอกเวลารุ่นแรกสุด
ชาวสุเมเรียนเป็นชนเผ่าหนึ่ง ที่ใช้นาฬิกาชนิดนี้
โดยจะแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 12 ช่วงในหนึ่งวัน
ซึ่งแต่ละช่วงจะกินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยใช้วิธีวัดความยาวแสงเงาเป็นมาตรฐานในการวัดระยะเวลา

ด้านชาวอียิปต์ แบ่งเวลาออกเป็น 12 ช่วงเช่นกัน
โดยดูเวลาจากเสาหินแกรนิตที่เรียกว่า Cleopatra Needles
การดูเวลาจะสังเกตจากความยาวและตำแหน่งเงา
ที่แสงอาทิตย์ตกกระทบบนพื้นทำกับขีดทั้ง 12 ช่วงเวลาที่แบ่งไว้ เพื่อจะได้ไว้ดูว่าช่วงกลางวันเหลือเวลาที่เท่าไหร่

นาฬิกาแดด

ส่วนชาวโรมัน แบ่งเวลาออกเป็นช่วงกลางวันและกลางคืน
คอยมีเจ้าหน้าที่ประกาศเท่านั้น ขณะที่ชาวกรีกประดิษฐ์นาฬิกาน้ำ
โดยใช้ถ้วยเจาะรูจมลงในโอ่ง เรียกว่า Clepsydra ดูการจมของถ้วยเทียบระยะเวลา
ชาวกรีกใช้นาฬิกาชนิดนี้ในศาล ต่อมาในปี 250 ก่อนคริตศักราช
นักปราชญ์อาร์คิมิดิส พัฒนานาฬิกาน้ำนี้ขึ้นโดยเพิ่มตัวควบคุมความเร็ว
เขาปรับปรุงนาฬิกาชนิดนี้เพื่อใช้งานทางดาราศาสตร์

ต่อมาจึงมีการทำนาฬิกาทรายขึ้น ซึ่งมีลักษณะเป็นแก้วเป่าสองชิ้นมีรูแคบๆ กั้นกลาง

สำหรับนาฬิกายุคใหม่ พัฒนาขึ้นช่วง ค.ศ.100 - 1300 ในยุโรปและในจีน
คำว่า Clock ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ระฆัง
อาศัยหลักการดึงดูดก่อให้เกิดน้ำหนักที่จะเคลื่อนคันบังคับ ซึ่งจะทำให้เข็มนาฬิกาเคลื่อนที่
โดยใช้ทรายเป็นตัวบอกเวลา จัดเป็นนาฬิกาแบบแรกที่ไม่อาศัยปัจจัย ดิน ฟ้าอากาศ
มักใช้จับเวลาระยะสั้นๆ เช่น การกล่าวสุนทรพจน์ การบูชา การเฝ้ายาม และการทำอาหาร เป็นต้น

หอนาฬิกาแห่งแรกในโลก ติดตั้งที่มหาวิหารสตร๊าสบวร์ก ในเยอรมันนี
ปี ค.ศ.1352 54 และปัจจุบันยังใช้งานได้อยู่ ต่อมาในปี ค.ศ.1577 จึงมีการประดิษฐ์
เข็มนาที และในปี ค.ศ. 1656 จึงมีการประดิษฐ์ลูกตุ้มที่ใช้ในนาฬิกาทำให้บอกเวลาเที่ยงตรงยิ่งขึ้น
ส่วนนาฬิกาพก ประดิษฐ์ขึ้นโดย นาย ปีเตอร์ เฮนไลน์ ชาวเมืองนูเรม-บวร์ก จากนั้นในปี ค.ศ.1962
มีการประดิษฐ์นาฬิกาเชิงอะตอมซีเซียม ใช้ในหอดูดาวกรีนิช ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือว่าจับเวลาคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด

ยินดีที่เข้ามาอ่านกันนะครับ สวัสดีครับ

by-bye!

เอาแล้วโดนบ้างแล้วเราไม่รู้ว่าจะทำถูกหรือเปล่า เล่นมาบุกกันถึงมือถือเลย
tag นี้ได้มาจากเจ๊แววคนสวย (หรือเปล่าก็ไม่รู้เพราะมองไม่เห็น)
1. ทั่วไป
ใช้เสียงใหม่ ๆ ดี ๆ เพราะว่าทำงานเกี่ยวกับมือถือเลยต้องดูใหม่ไว้ก่อนเพื่อที่จะให้คนอื่นดูว่า มันมีอะไรใหม่ ๆ ตลอด และเป็นคนชอบตัดเพลงด้วย

2. เสียงเรียกจากเพื่อน
เพื่อน ๆ หรอตอนแรกว่าจะกำหนดเป็นคนคนไปแต่หลัง ๆ ชักขี้เกียวจเอามันเหมือน ๆ กันแหละ รู้ไหมครับอะไร ก็เพลงใหม่ ๆ นั่นแหละเดี๋ยวมันว่าเชย

3. จากบ้าน
เป็นเสียงกริ่งโบราณ ดูคลาสสิค ดีครับผม
4. เสียงคน...สนิทมาก ๆ
เพลง I want it way...
อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว (ขี้เกียจเปลี่ยนก็เลยใช้ไปเลย

ไม่เห็นมีอะไรดีเลยเรา เอาเป็นว่ารายชื่อผู้โชคดีดีกว่า
1. น้อง นุ่มนิ่ม (วันหยุดลองเอาไปทำนะ
2. jasminey's Blog
3. blind bookworm
4. worapoj@~@
5. T o' M @ ZZ u | BRother ' s BOX (Blogs)


ท่านเหล่านี้มาอ่านบ่อยเลยโดนไปซะ ถ้าว่างก็ทำ ถ้าไม่ว่างก็มาบอกได้นะครับ

คิดถึงทุกคนครับ


edit @ 2007/08/08 19:05:24

สวัสดีครับเพื่อน ต้องทักทายกันก่อนเดี๋ยวจะหาว่าผมไม่ทักทาย ขอทักทายก่อนนะครับ ขอสวัสดีพี่ ๆ น้อง ๆ ที่เข้ามาอ่าน ไม่ว่าจะมาจากไหนหรือรู้จักกันทางไหนนะครับ ผมจะขอบอกไว้เลยว่า ผมยินดีที่ให้ทุกคนเข้ามาอ่าน แสดงความคิดเห็น หรือฝากคำทักทายและหวังว่าที่นี่คงจะเป็นที่ที่พอมีสาระให้ทุกคนได้อ่านบ้างนะครับ ยินดีครับผม

วันนี้ไปติดตามข่าวไอทีกันบ้างดีกว่านะครับว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้างนะครับ

เรื่องแรกไปตามที่เรื่องแรมเลยครับ เทคโนโลยีใหม่จะมาแว้วววว

คิงส์ตันวางจำหน่ายเมโมรี่ DDR3

บริษัท คิงส์ตัน เทคโนโลยี อิงค์ ผู้ผลิตเมโมรี่ชั้นนำของโลก ประกาศวางจำหน่ายเมโมรี่โมดูล DDR3 SDRAM (Double-Data-Rate Three Synchronous Dynamic Random Access

Memory) จำนวน สองรุ่นพร้อมกัน ได้แก่ เมโมรี่ตระกูลไฮเปอร์เอ็กซ์ (HyperX) ความเร็ว 1375 เมกะเฮิร์ตซ และ ValueRAM ความเร็ว 1066 เมกะเฮิร์ตซ โดยโมดูล DDR3

นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นโมดูลที่ผลิตขึ้นต่อจากมาตรฐานเมโมรี่ DDR2 ในปัจจุบัน มอบประสิทธิภาพที่สูงกว่าแต่กินไฟน้อยกว่า จึงช่วยประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น นอกจากนี้

คิงส์ตันยังได้ปล่อยโมดูล DDR3 ValueRAM ความเร็ว 1333 เมกะเฮิร์ต ซึ่งคาดว่าจะถูกเปิดตัวควบคู่ไปกับมาเธอร์บอร์ดรุ่น X38 ซึ่งกำลังจะถูกเผยโฉมในอันดับต่อไปในช่วงซัมเมอร์นี้

เมโมรี่ DDR3 ของคิงส์ตันมีให้เลือกทั้งแบบความจุ 512 เมกะไบต์ และขนาด 1 กิกะไบต์ รวมทั้งเมโมรี่ คิทขนาดความจุ 1 กิกะไบต์และ 2 กิกะไบต์ เมโมรี่ของคิงส์ตันทุกรุ่นให้การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน

และบริการสนับสนุนด้านเทคนิคฟรี หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเข้าชมที่เว็บไซต์

www.kingston.com/asia

ddr2

เราไปติดตามข่าวต่อไปกันดีกว่าครับ

ไอซีที นับวันรอรับสมาร์ทการ์ดหลัง เซ็นสัญญากับเอกชน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ (7 ก.ค.) สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้จัดการประมูลระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-อ๊อคชั่น โครงการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเอนกประสงค์

หรือ สมาร์ทการ์ด จำนวน 26 ล้านใบ มูลค่า 1,612,000,000 บาท ผลปรากฎว่า กิจการร่วมค้าวีเอสเค เสนอราคาต่ำสุด 921,382,202 บาท ราคาเฉลี่ยใบละ 35 บาท และหลังจากนั้น

รมว.ไอซีที ได้ลงนามอนุมัติโครงการฯ ไปตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด นายสือ ล้ออุทัย รองปลัดกระทรวงไอซีที รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2550 ตนได้ลงนามในสัญญาจ้างจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดกับกิจการร่วมค้าวีเอสเค

ผู้ชนะการประมูล โดยกิจการร่วมค้าวีเอสเคยอมปรับลดราคาสมาร์ทการ์ดจากราคาสุดท้ายที่เสนอมา 921,382,202 บาท เหลือ 920,000,000, ล้านบาท แต่ราคาสมาร์ทการ์ดเฉลี่ยยังตกอยู่ใบละ

35 บาท เช่นเดิม

รักษาราชการปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากนี้ ว่า กิจการร่วมค้าวีเอสเคจะต้องส่งมอบสมาร์ทการ์ดงวดแรกจำนวน 5 ล้านใบ ภายใน 120 วันหลังจากสัญญาจ้างมีผล

และจะทยอยส่งมอบจนครบทั้งหมด 26 ล้านใบ ภายในสิ้นปี 2551 อย่างไรก็ตาม หลังจากกระทรวงไอซีทีได้รับมอบสมาร์ทการ์ดจากกิจการร่วมค้าวีเอสเคในแต่ละงวดแล้วจะส่งมอบต่อให้กับกรมการปกครอง

กระทรวงมหาดไทยทันที เพื่อนำไปให้บริการแก่ประชาชน

ผมยังไม่ได้ใช้เลยครับแล้วอะไรกับ ddr3 หึ ๆ จะได้ใช้ไหมเนี่ย ดีนะที่ยังไม่ได้เปลี่ยนคอม มาให้ครบจะได้เปลี่ยนทีเดียว

2

ไทยรัฐ

ดีครับสำหรับเทคโนโลยีผมว่าดีมาก แต่เมา แหะ ๆ ไม่เอาครับท่านไปติดตามข่าวนี้ดูครับ

กิมจิชู"RFID"ตัวช่วยนักดื่ม เช็กวิสกี้แท้-เทียมด้วยมือถือ

ความฝันในการตรวจสอบวิสกี้แท้หรือเทียมด้วยโทรศัพท์มือถืออยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

หนังสือพิมพ์เกาหลีไทมส์ (Korea Times) รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้มีนโยบายสนับสนุนให้กลุ่มบริษัทผู้บรรจุขวดและจัดจำหน่ายเหล้าวิสกี้ในเกาหลีใต้นำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี

(RFID) มาใช้กับอุตสาหกรรมในวงกว้าง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อีกไม่นานนักดื่มลิ้นจรเข้จะสามารถใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองตรวจสอบได้ว่าวิสกี้อายุ 20 ปีในมือนั้นเป็นของจริงหรือของปลอม

นโยบายสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีหรือ radio frequency identification กับอุตสาหกรรมน้ำเมาของเกาหลีใต้จะเริ่มมีผลในช่วงปีหน้า โดยจะเป็นการเริ่มต้นใช้กับผลิตภัณฑ์วิสกี้ราคาแพงซึ่งมีอายุ

21 ปีก่อน จากนั้นคาดว่าจะขยายขอบเขตให้ครอบคลุมกลุ่มวิสกี้รุ่น 12 และ 17 ปีในอีก 5 ปีข้างหน้า

"ในที่สุดแล้ว ผู้บริโภคจะสามารถตรวจสอบความแท้หรือเทียมของวิสกี้ได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสื่อสารและสารสนเทศเกาหลีใต้ ยัง จุน-โชว

กล่าว "คาดว่ารัฐบาลจะสนับสนุนให้มีการฝังชิปอาร์เอฟไอดีในขวดวิสกี้อายุ 12-17 ปีในปี 2012"

Radio Frequency Identification นั้นแปลความหมายตามตรงได้ว่าเทคโนโลยีชี้เฉพาะด้วยคลื่นวิทยุ เป็นเทคโนโลยีติดตามโดยใช้คลื่นวิทยุเป็นเครื่องมือในการระบุหรือค้นหาวัตถุที่มีการติดตั้งป้าย

(Tag) ซึ่งฝังชิปอาร์เอฟไอดีไว้ ผู้ใช้จะสามารถอ่านข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวของสินค้าได้จากชิปดังกล่าวโดยผ่านเครื่องอ่านข้อมูลคลื่นความถี่วิทยุ ทำให้การอ่านข้อมูลสามารถทำได้จากระยะไกล

ต่างกับการยิงบาร์โค้ดซึ่งต้องนำเครื่องอ่านไปจ่อกับป้ายรหัสแท่งอย่างสิ้นเชิง

รมว.ยังยอมรับว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี ทั้งในด้านผู้ผลิตชิป ป้าย และเครื่องอ่านข้อมูลอาร์เอฟไอดี สำหรับอนาคต

คาดว่าธุรกิจอาร์เอฟไอดีจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องแน่นอน เนื่องจากเชื่อว่าหลายบริษัททั่วโลกจะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในกระบวนการอื่นๆอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการขนส่ง

กระบวนการแจกจ่ายสินค้า และกระบวนการผลิต

สำหรับอีก 5 ปีข้างหน้าหรือปี 2012 รัฐบาลเกาหลีใต้คาดว่าจะมีโครงการสนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีรวมทั้งสิ้น 16 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.12

แสนล้านวอน

รมว.ยังเชื่อว่า ความแพร่หลายในการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาต้นทุนชิปอาร์เอฟไอดีที่ยังคงสูงอยู่ในปัจจุบัน (โดยเฉลี่ยชิ้นละ 300 วอน) ลดลงเหลือประมาณ

10 วอนต่อชิ้นในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ด้านความเคลื่อนไหวในตลาดน้ำเมาเกาหลีนั้น การสำรวจพบว่าทิศทางการเติบโตของตลาดสก็อตวิสกี้ราคาแพงนั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงมกราคมถึงกันยายนปีที่แล้ว

ยอดขายวิสกี้อายุ 17 ปีขึ้นไปนั้นมีอัตราเติบโต 9.6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี สวนทางกับตลาดวิสกี้ธรรมดาที่มีอัตราเติบโตลดลงในช่วงเวลาเดียวกัน

ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ครับ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับผม

ข่าวจาก :

By-ByE!


edit @ 2007/07/31 04:04:53


เอกลักษณ์ พรมชาติ
View full profile